กรมอนามัย แนะ วิธีกำจัดเชื้อราบนผ้าห่ม ที่นอน ให้สะอาด ลดเสี่ยงโรค สร้างสุขอนามัยที่ดี

แชร์ข่าวนี้

กรมอนามัย แนะ วิธีกำจัดเชื้อราบนผ้าห่ม ที่นอน ให้สะอาด ลดเสี่ยงโรค สร้างสุขอนามัยที่ดี

​กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข แนะกำจัดเชื้อราบนผ้าห่ม ที่นอน ให้สะอาดอย่างถูกวิธี ช่วยลดเสี่ยงโรค และสร้างสุขอนามัยที่ดีภายในบ้าน

รูปภาพนี้มี Alt แอตทริบิวต์เป็นค่าว่าง ชื่อไฟล์คือ S__46555161-1024x881.jpg
​นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า จากกรณีที่การนำเสนอข่าวจากเพจ 3Plus News เกี่ยวกับเห็ดราขึ้นที่ผ้าห่มและในที่นอนนั้น ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดเชื้อรา คือ ความอับชื้นที่สะสม อยู่ในส่วนต่าง ๆ ของบ้าน โดยจะพบร่องรอยของเชื้อราได้ตามเฟอร์นิเจอร์ เครื่องนอน ตู้เสื้อผ้า และพื้นที่ที่มีรูรั่ว หรือรอยแตกของบ้านที่มีน้ำซึม และน้ำรั่วไหลเข้าภายในบ้าน ทำให้เปียกและอับชื้น เกิดเป็นแหล่งของเชื้อราได้ หากปล่อยทิ้งไว้จะส่งผลต่อสุขภาพและก่อให้เกิดโรค เนื่องจากเชื้อราสามารถสร้างสปอร์ให้กระจายออกไปในอากาศ เมื่อสูดดมเข้าไปในปริมาณมากเป็นระยะเวลานาน จะทำให้เกิดอาการต่าง ๆ เช่น ปวดศีรษะ มีไข้ คัดจมูก ระคายเคืองตา และอาจก่อให้เกิดโรคร้ายแรงตามมา เช่น โรคหอบหืด โรคปอดอักเสบ โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการแพ้ เมื่อได้สัมผัสเชื้อราทางผิวหนังหรือการสูดดม จะทำให้เกิดปฏิกิริยาภูมิแพ้ต่าง ๆ เช่น ผื่นแพ้ ตาอักเสบ เจ็บคอ น้ำมูกไหล เป็นต้น
​“สำหรับวิธีการกําจัดเชื้อราในบ้าน หากเป็นผ้าห่ม ให้นำไปต้มในน้ำร้อนเดือดเพื่อฆ่าเชื้อ จากนั้นนำมาซักและขยี้ให้สะอาด แล้วตากในที่ที่มีแสงแดด หากผ้าห่มมีเชื้อราขึ้นเป็นจำนวนมาก การกำจัดเชื้อราบนผ้าห่ม อาจไม่ได้ผล ควรนำไปทิ้งเพื่อป้องกันเชื้อราลุกลามไปยังจุดอื่น ๆ สำหรับเชื้อราบนที่นอนหรือฟูกที่มีร่องรอย หรือกลิ่นอับชื้น ให้กำจัดเชื้อราโดยเริ่มจากใช้น้ำยาฆ่าเชื้อฉีดพรมให้ทั่วที่นอน หรือใช้แอลกอฮอล์ล้างแผลผสมน้ำอุ่นเช็ดร่องรอยเชื้อราบนที่นอน จากนั้นนำที่นอนไปตากแดดจัด ๆ เมื่อที่นอนแห้งสนิท ให้ดูดฝุ่นที่นอนทั้ง 2 ด้านอีกครั้ง แต่หากยังพบร่องรอยเชื้อราจำนวนมากจนยากที่จะกำจัด ไม่ควรนำที่นอนหรือฟูกดังกล่าวมาใช้ เพื่อสุขอนามัย การนอนที่ดี ทั้งนี้ ก่อนทำความสะอาดเพื่อกำจัดเชื้อรา ผ้าห่ม ที่นอนหรือฟูก ควรสวมหน้ากาก ถุงมือยางป้องกัน การได้รับเชื้อราเข้าสู่ร่างกาย จากนั้นเมื่อทำความสะอาดและกำจัดเชื้อราเสร็จแล้ว ควรอาบน้ำชำระร่างกาย ให้สะอาดทันที” อธิบดีกรมอนามัย กล่าว
***
กรมอนามัย / 30 มิถุนายน 2565


แชร์ข่าวนี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น