กรมควบคุมโรค ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่สอบสวนโรคกรณีคนงานหมดสติและเสียชีวิตในท่อระบายน้ำ

แชร์ข่าวนี้

กรมควบคุมโรค ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่สอบสวนโรคกรณีคนงานหมดสติและเสียชีวิตในท่อระบายน้ำ

วันนี้ (20 กรกฎาคม 2565) นายแพทย์อภิชาต วชิรพันธ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค มอบหมายกองโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นสอบสวนโรค กรณีคนงานหมดสติและเสียชีวิต
ในท่อระบายน้ำ ในพื้นที่บางนา กรุงเทพฯ ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สำนักงานเขตบางนา และสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง ล่าสุดเสียชีวิตแล้ว 2 ราย คาดว่าเกิดจากไฟฟ้าดูด และขาดอากาศหายใจ

รูปภาพนี้มี Alt แอตทริบิวต์เป็นค่าว่าง ชื่อไฟล์คือ %E0%B8%99%E0%B8%9E.%E0%B8%AD%E0%B8%A0%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95.jpg
นายแพทย์อภิชาต กล่าวว่า จากข้อมูลรายงานผู้ประสบเหตุจำนวน 4 คน เป็นคนทำงานรับเหมา 3 คน และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 1 คน ที่ลงไปช่วยเหลือ จากการตรวจสอบพบผู้เสียชีวิต 3 ราย สาเหตุการเสียชีวิตมาจากภาวะอันตรายที่คาดไม่ถึงจากการทำงานในพื้นที่อับอากาศ ซึ่งในปี 2564 มีรายงานเหตุการณ์บาดเจ็บและเสียชีวิต 7 เหตุการณ์ มีผู้ประสบเหตุรวม 18 ราย บาดเจ็บ 6 ราย เสียชีวิต 12 ราย อาชีพที่พบมากที่สุด คือ เกษตรกรรม 7 ราย และรับจ้างทั่วไป 5 ราย ภาวะอันตรายภายในบ่อพักน้ำเสียที่มีคุณภาพอากาศไม่เหมาะสมกับสภาพร่างกาย เต็มไปด้วยก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ หรือก๊าซไข่เน่า ซึ่งมีน้ำหนักเบาและระเหยอยู่ในบ่อ ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ก๊าซไนโตรเจน ไดออกไซด์ ฯลฯ เมื่อลงไปในบ่อเจอกับก๊าซที่มีปริมาณความเข้มข้นสูง เป็นเวลาไม่ถึง 5 นาที จะทำให้สมองขาดออกซิเจนไปหล่อเลี้ยง ทำให้หมดสติเพราะขาดอากาศ และเสียชีวิตในที่สุด

รูปภาพนี้มี Alt แอตทริบิวต์เป็นค่าว่าง ชื่อไฟล์คือ %E0%B8%9E%E0%B8%8D.%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A9%E0%B8%B2.jpg
ด้านแพทย์หญิงหรรษา รักษาคม ผู้อำนวยการกองโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม กล่าวเพิ่มเติมว่า การวางระบบการทำงานในสถานที่อับอากาศให้ปลอดภัย และการสื่อสารประชาสัมพันธ์ ให้ความรู้ เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เกิดความตระหนักในการทำงาน ทำงานได้อย่างปลอดภัย และช่วยจัดการเหตุฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที สำหรับข้อเสนอแนะต่อการทำงานในพื้นที่อับอากาศ ควรมีการวางแผนการทำงาน และผู้ปฏิบัติงานต้องผ่านการอบรมการทำงานในพื้นที่อับอากาศ อาทิ การฝึกอบรมการทำงานที่ปลอดภัย การฝึกอบรมการกู้ภัยในภาวะฉุกเฉิน การปฐมพยาบาล และการช่วยชีวิตเบื้องต้น ต้องมีการตรวจวัดระดับก๊าซต่างๆที่อาจทำให้เกิดอันตรายก่อนเข้าไปทำงาน เช่น ก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ หรือก๊าซไข่เน่า ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ เป็นต้น มีมาตรการด้านความปลอดภัย ทางเข้า-ออกไม่มีสิ่งกีดขวาง ไม่มีสิ่งที่ทำให้เกิดประกายไฟในพื้นที่มีกริ่งฉุกเฉินเพื่อขอความช่วยเหลือ ขณะทำงานต้องมีผู้คอยช่วยเหลืออย่างน้อย 1 คน มีเครื่องมือช่วยเหลือกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน เช่น มีสายช่วยชีวิต (Life Line) เครื่องมือปฐมพยาบาล เป็นต้น ทั้งนี้หากเกิดเหตุฉุกเฉินควรรีบโทรแจ้งสายด่วน 1669 ทันที

**************************************************
ข้อมูลจาก : กองโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมโรค
วันที่ 20 กรกฎาคม 2565


แชร์ข่าวนี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น