อนามัยโพล เผย พบนักเรียนจับกลุ่มคุยกัน ไม่สวมหน้ากาก ร้อยละ 60 หวั่นเสี่ยงแพร่เชื้อโควิด

แชร์ข่าวนี้

อนามัยโพล เผย พบนักเรียนจับกลุ่มคุยกัน ไม่สวมหน้ากาก ร้อยละ 60 หวั่นเสี่ยงแพร่เชื้อโควิด

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เผย ผลสำรวจอนามัยโพลพบเห็นนักเรียนจับกลุ่มคุยกัน และเล่นกัน โดยไม่สวมหน้ากาก ร้อยละ 60 ขอให้สถานศึกษาทุกแห่ง ยึดมาตรการ 6-6-7 ลดการติดและแพร่เชื้อโควิด-19 ในสถานศึกษา

รูปภาพนี้มี Alt แอตทริบิวต์เป็นค่าว่าง ชื่อไฟล์คือ S__47112209-1024x679.jpg
นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาด ของโรคโควิด-19 ยังคงพบการติดเชื้อในสถานศึกษา ซึ่งจากผลสำรวจอนามัยโพล “ความกังวลจากสถานการณ์ โควิด-19 ในสถานศึกษา” ข้อมูลสำรวจระหว่างวันที่ 6 – 18 กรกฎาคม 2565 พบว่า จากสถานการณ์ ที่พบการติดเชื้อในสถานศึกษาเพิ่มขึ้น ผู้ตอบมีความกังวล ร้อยละ 76.2 เมื่อถามถึงเหตุผลที่กังวลมากที่สุด พบว่า กังวลว่าเด็กอาจติดเชื้อ และนำมาติดในครอบครัวได้ ร้อยละ 69.7 รองลงมาคือ กลัวเด็กมีอาการรุนแรง หากติดเชื้อ ร้อยละ 55 และหากเป็นบุตรหลานตนเองติดเชื้อ อาจกระทบต่องาน รายได้ และการดูแลรักษา ร้อยละ 41.5
นายแพทย์สุวรรณชัย กล่าวต่อไปว่า จากข้อมูลอนามัยโพลได้สอบถามถึงการพบเห็นเหตุการณ์ ที่เป็นความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโควิด-19 ในสถานศึกษา พบว่า ผู้ตอบพบเห็นนักเรียนจับกลุ่มคุยกัน หรือเล่นกันโดยไม่สวมหน้ากาก ร้อยละ 60 รองลงมาคือพบเห็นนักเรียนทำกิจกรรมรวมกลุ่มคนจำนวนมาก ใกล้ชิดกันโดยไม่สวมหน้ากาก ร้อยละ 45 และพบเห็นนักเรียนกินอาหาร ใช้อุปกรณ์ แก้วน้ำร่วมกัน ร้อยละ 30.6 สำหรับความเห็นด้านสถานศึกษาควรมีมาตรการอย่างไร หากมีการติดเชื้อในสถานศึกษา พบว่า ผู้ตอบอยากให้ปิดเฉพาะห้องที่พบการติดเชื้อ ทำความสะอาด และเปิดเรียน On-Site ตามปกติ ร้อยละ 48.3 รองลงมา คือ ตรวจ ATK ครู นักเรียน บุคลากรในสถานศึกษาก่อนเปิดเรียน ร้อยละ 41 และโรงเรียนเตรียมการรับมือการติดเชื้อโควิด-19 โดยปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุอย่างเคร่งครัด ร้อยละ 40.7 ตามลำดับ
“ทั้งนี้ ขอให้สถานศึกษาทุกแห่งยึดมาตรการ 6-6-7 ประกอบด้วย 6 มาตรการหลัก (DMHT-RC) ได้แก่ เว้นระยะห่าง สวมหน้ากาก ล้างมือ ตรวจคัดกรอง ลดแออัด ทำความสะอาด 6 มาตรการเสริม (SSET-CQ) ได้แก่ ดูแลตนเอง ใช้ช้อนส่วนตัว กินอาหารปรุงสุกใหม่ ลงทะเบียนเข้า-ออก สำรวจตรวจสอบ กักกันตนเอง และ 7 มาตรการเข้ม ได้แก่ 1) ประเมิน Thai Stop COVID Plus (TSC+) โดยมีการรายงานผลผ่าน MOE COVID 2) ทำกิจกรรมกลุ่มย่อย (Small Bubble) 3) จัดระบบการให้บริการอาหารตามหลักสุขาภิบาลและหลักโภชนาการ 4) อนามัยสิ่งแวดล้อมตามเกณฑ์มาตรฐาน 5) แผนเผชิญเหตุ และมีการซักซ้อม (School Isolation) 6) ควบคุมดูแลการเดินทางจากบ้าน ไปโรงเรียน (Seal Route) และ 7) School Pass สำหรับนักเรียน ครู บุคลากรในสถานศึกษา” อธิบดีกรมอนามัย กล่าว
***
กรมอนามัย / 20 กรกฎาคม 2565


แชร์ข่าวนี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น