กรมอนามัย แนะผู้ปฏิบัติงาน เช็ก 8 ข้อ ก่อนทำงานพื้นที่เสี่ยงอับอากาศ

แชร์ข่าวนี้

กรมอนามัย แนะผู้ปฏิบัติงาน เช็ก 8 ข้อ ก่อนทำงานพื้นที่เสี่ยงอับอากาศ

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข แนะผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยงที่เป็นพื้นที่อับอากาศ ควรตรวจสอบ 8 ข้อปฏิบัติสำคัญก่อนปฏิบัติงาน เพื่อความปลอดภัย

รูปภาพนี้มี Alt แอตทริบิวต์เป็นค่าว่าง ชื่อไฟล์คือ S__46727179-1-1024x789.jpg
นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า จากกรณีข่าวการเสียชีวิต ของช่างรับเหมาประจำคอนโดลงไปปฏิบัติงานในบ่อพักน้ำเสีย ถึงแม้ว่าจะยังไม่ทราบสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัดว่ามีสาเหตุจากการถูกไฟฟ้าช็อต หรือจากกรณีไม่มีอากาศหายใจในบ่อน้ำเสีย นั้น แต่ในเชิงการทำงานในพื้นที่เสี่ยงต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของสุขภาพ และสุขอนามัยเป็นสำคัญ โดยในกรณีที่ต้องปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยง ที่เป็นพื้นที่อับอากาศ ซึ่งถือเป็นพื้นที่เสี่ยงอันตรายต่อสุขภาพและชีวิตอย่างมาก ผู้ปฏิบัติงานต้องระมัดระวังตนเองด้วยการปฏิบัติตามข้อแนะนำสำคัญ 8 ประการ ดังนี้ 1) วางแผนการทำงานและการป้องกันอันตราย ควบคุมดูแลผู้ปฏิบัติงาน ชี้แจงหน้าที่ วิธีทำงานการป้องกันอันตรายให้ผู้ที่ต้องเข้าไปทำงานในพื้นที่เสี่ยงทราบ 2) ประเมินสุขภาพของเจ้าหน้าที่ที่ต้องลงไปปฏิบัติงานในพื้นที่อับอากาศก่อน หากพบว่ามีอาการป่วย บาดเจ็บ หรือร่างกายอ่อนเพลีย ควรหลีกเลี่ยงการลงพื้นที่ปฏิบัติงาน และให้เปลี่ยนเป็นเจ้าหน้าที่อื่น ที่มีความพร้อมของร่างกายแทน 3) ขณะปฏิบัติงานให้จัดทำป้าย “พื้นที่ที่อับอากาศ พื้นที่เสี่ยง พื้นที่อันตราย ห้ามเข้า” ติดไว้ที่บริเวณหน้าทางเข้า – ออก และต้องมีระบบการขออนุญาตก่อนเข้าทำงานทุกครั้ง 4) ตรวจสอบระบบไฟฟ้า อุปกรณ์ สวิตช์ไฟต่าง ๆ ให้ใช้งานได้ปกติ ไม่มีสายไฟขาดหรือชำรุด และควรมี ระบบตัดไฟอัตโนมัติหากเกิดกรณีไฟฟ้าช็อต หรือไฟฟ้ารั่วในพื้นที่ทำงาน
“ประเด็นสำคัญที่สุด คือ 5) ให้ทำการตรวจวัดก๊าซพิษ ก๊าซติดไฟและปริมาณก๊าซออกซิเจนต้อง
อยู่ระหว่าง 19.5 – 23.5 เปอร์เซ็นต์ ก่อนลงไปปฏิบัติงานในพื้นที่อับอากาศทุกครั้ง และต้องกำหนดระยะเวลาปฏิบัติงานต่อคนที่ชัดเจน เพื่อลดความเสี่ยงการเสียชีวิตหรือหมดสติในขณะปฏิบัติงาน 6) ต้องมีระบบหรือกลไกการแจ้งขอความช่วยเหลือกรณีเจ้าหน้าที่ประสบเหตุในพื้นที่อับอากาศ และต้องมีผู้ควบคุม และมีผู้ช่วยเหลือ อยู่ประจำบริเวณทางเข้า – ทางออก ตลอดเวลาที่มีการทำงาน โดยผู้ควบคุม และผู้ช่วยเหลือต้องมีความรู้ ในการป้องกันตนเอง ขณะลงไปช่วยเหลือผู้ประสบเหตุด้วย 7) จัดให้มีอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล Personal Protective Equipment (PPE) อุปกรณ์ช่วยเหลือและช่วยชีวิตที่เหมาะสม และ 8) ผู้ที่จะต้องเข้าไปทำงานในที่อับอากาศมีลักษณะงานที่เสี่ยงต่อการได้รับหรือสัมผัสอันตรายจะต้องผ่านการอบรมความปลอดภัย ในการทำงานในที่อับอากาศ” อธิบดีกรมอนามัย กล่าว
***
กรมอนามัย / 23 กรกฎาคม 2565


แชร์ข่าวนี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น