วาเลนไทน์ปีนี้ สสส.-ยุวทัศน์ฯ ชวนวัยรุ่นไทยเลิกบุหรี่เพื่อ “คนรัก” หนุนแนวคิด “สุขภาพดี คือของขวัญที่ดีที่สุดของครอบครัว” หลังพบคนไทย 18 ล้านคนได้รับควันบุหรี่มือสองในบ้าน

วาเลนไทน์ปีนี้ สสส.-ยุวทัศน์ฯ ชวนวัยรุ่นไทยเลิกบุหรี่เพื่อ “คนรัก” หนุนแนวคิด “สุขภาพดี คือของขวัญที่ดีที่สุดของครอบครัว” หลังพบคนไทย 18 ล้านคนได้รับควันบุหรี่มือสองในบ้าน


เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า เนื่องในวันแห่งความรักหรือวันวาเลนไทน์ที่จะถึงนี้ สสส. ขอเชิญชวนให้คู่รัก เพื่อนรัก คนในครอบครัว แสดงออกถึงความรักต่อกันด้วยการเชิญชวนให้เลิกบุหรี่ โดยอาศัย “พลังใจ” ของคู่รักเป็นเครื่องมือในการช่วยเลิกสูบบุหรี่ เพราะปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ได้รับควันบุหรี่มือสองทั้งในบ้านและในสถานที่สาธารณะเป็นจำนวนมาก ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ วิเคราะห์โดยศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) พบคนไทย 18 ล้านคนได้รับควันบุหรี่มือสองในบ้าน และมีถึง 13 ล้านคนที่ได้รับควันบุหรี่มือสองในบ้านทุกวัน สสส. สนับสนุนให้ทุกคนเลิกสูบบุหรี่มาอย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการสำคัญได้แก่ การพัฒนาพื้นที่ต้นแบบครอบครัวปลอดบุหรี่ เพื่อสร้างสัมพันธภาพที่ดีในครอบครัว การทำให้บ้านปลอดบุหรี่ หรือการเข้าถึงการบริการช่วยเลิกสูบบุหรี่ผ่านสายด่วนเลิกบุหรี่ 1600

รูปภาพนี้มี Alt แอตทริบิวต์เป็นค่าว่าง ชื่อไฟล์คือ ดร.นพ.ไพโรจน์1-683x1024.jpg

 

“ควันบุหรี่มือสองมีสารเคมีจำนวนมาก และมี 70 ชนิดเป็นสารก่อมะเร็ง ผลกระทบทางสุขภาพที่เกิดขึ้นหลังจากได้รับควันบุหรี่ มี 2 ระยะ คือ ระยะสั้น ระคายเคืองต่อจมูก ตา ปวดหัว ไอ คลื่นไส้ กรณีผู้รับควันบุหรี่มีโรคประจำตัวอาจรุนแรงถึงขั้นหายใจติดขัด และระยะยาว มีโอกาสเป็นมะเร็งปอดหรือความเสี่ยงเกี่ยวกับหัวใจและโรคเส้นเลือดในสมองตีบ สำหรับหญิงตั้งครรภ์ที่ได้รับควันบุหรี่อย่างต่อเนื่อง

รับชมบรรยากาศกิจกรรมเสวนาสดๆ ได้ที่ลิงค์นี้ค่า https://www.facebook.com/144490368105/posts/10157941336073106/

สสส.-กรมควบคุมมลพิษ-TPBS หนุน จ.ฉะเชิงเทรา นำร่อง ‘ไม่เผา เราทำได้’ ลด PM2.5 ชาวนา 600 ครัวเรือนตื่นตัวลงชื่อเข้าร่วม ‘ราชสาส์นโมเดล’

 

รูปภาพนี้มี Alt แอตทริบิวต์เป็นค่าว่าง ชื่อไฟล์คือ S__7266517-1024x1024.jpg

สสส.-กรมควบคุมมลพิษ-TPBS หนุน จ.ฉะเชิงเทรา นำร่อง ‘ไม่เผา เราทำได้’ ลด PM2.5 ชาวนา 600 ครัวเรือนตื่นตัวลงชื่อเข้าร่วม ‘ราชสาส์นโมเดล’ หวังใช้ภาคเกษตรเป็นต้นแบบกู้สถานการณ์ความรุนแรงกระทบสุขภาพทั่วประเทศ
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ศูนย์พัฒนาการสื่อสารด้านภัยพิบัติ สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส จัดกิจกรรม “ราชสาส์น รวมใจ ไม่เผานา” เพื่อลดฝุ่น PM2.5 อ.ราชสาส์น ภายใต้โครงการไม่เผา เราทำได้ โดยนายชาติวุฒิ วังวล ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ สสส. กล่าวว่า ผลการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศ PM2.5 เมื่อเดือนที่ผ่านมา โดยกรมควบคุมมลพิษ พบว่า พื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังคุณภาพอากาศ คือ พื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง ส่วนในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เกินเกณฑ์มาตรฐานเพียงบางพื้นที่ ภาคตะวันออก ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดี และภาคใต้ อากาศดีมาก กิจกรรมครั้งนี้ในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา อยู่ในพื้นที่ภาคกลางพบว่ามีการเผาในที่โล่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดมลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM2.5 ในหลายพื้นที่อย่างหนัก ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพอย่างรุนแรง การบริหารจัดการแก้ไขปัญหาที่ตรงจุดจึงเป็นส่วนสำคัญ เพื่อให้เกิดการตระหนักถึงภัยร้ายของมลพิษทางอากาศ โดยใช้ความสามารถของผู้นำเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงหรือ Prime Mover ในด้านความคิด การพัฒนา ส่งเสริมให้มีการสื่อสารและร่วมมือแก้ปัญหาคู่กับภาคเอกชนหรือ บรรษัทบริบาลที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมในการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ สร้างการเปลี่ยนแปลงในสังคม แก้ไขปัญหาวิกฤตของชาติอย่างยั่งยืน
ศ.ดร.ศิวัช พงษ์เพียจันทร์ หัวหน้าโครงการ Prime Mover สสส. กล่าวว่า แนวคิดลดการเผาในที่โล่งของภาคเกษตรพื้นที่ อ.ราชสาส์น จังหวัดฉะเชิงเทรา คือ ส่งเสริมการสร้างความรู้ความเข้าใจการทำนาวิถีใหม่ โดยไม่เผา ให้ชาวนามีความเข้าใจเรื่องภัยพิบัติฝุ่น PM2.5 มากขึ้น สร้างกระแสสังคม เพื่อลดปัญหาฝุ่น PM2.5 แล้วหันมาใช้วิธีการไถกลบแทน และใช้กลไกการจัดการชุมชนเข้ามาสนับสนุน โดยมีนายอำเภอเป็นหัวหน้าโครงการ มีกำนันผู้ใหญ่บ้านทำหน้าที่สอดส่องดูแล ตักเตือน ห้ามปราม หากพบมีการกระทำความผิด ส่วนการจับกุมจะเป็นวิธีสุดท้าย โดยในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2564 จะมีการอบรมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ชาวนาและชมการสาธิตจากวิทยากรผู้มีความรู้ ที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอราชสาส์น จ.ฉะเชิงเทรา


นายเกรียงไกร ปัญญาพงศธร นายอำเภอราชสาส์น จังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวว่า ชาวอำเภอราชสาส์นประกอบอาชีพทำนากว่า 1,200 ครัวเรือน มีพื้นที่นาประมาณ 3 หมื่นไร่ และส่วนใหญ่มีแหล่งน้ำเข้าถึง ทำให้สามารถทำนาได้มากถึง 3 รอบ/ปี เพื่อความคุ้มค่าชาวนาจึงเลือกวิธีเตรียมดินที่สั้นที่สุด คือ กำจัดตอซังด้วยการเผา เพราะใช้เวลาเร็วและลดต้นทุนการผลิตได้มาก ด้วยค่าเช่าที่นาเฉลี่ย 1,000 บาท/ไร่/ปี นอกจากนี้ชาวนายังมีความเข้าใจว่า การเผาส่งผลดีต่อการกำจัดวัชพืชและข้าวด้อยคุณภาพ (ข้าวดีด) แต่ต้องใช้ระยะเวลานานกว่าจะเห็นผล 4-5 ปี และการเผานั้นยังช่วยลดต้นทุน เหลือเงินเก็บ ทำให้เปลี่ยนแปลงวิธียาก การเผาจึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดผลพิษทางอากาศ PM 2.5 ในพื้นที่อย่างหนักในปี 2563 จึงเกิดขึ้น ‘ราชสาส์นโมเดล’ เพื่อลดฝุ่น PM2.5 อ.ราชสาส์น ภายใต้โครงการไม่เผา เราทำได้ เพราะเชื่อว่าการบังคับใช้กฎหมายกับชาวนาไม่ประสบความสำเร็จเท่ากับการสร้างความเข้ารู้ความเข้าใจ ในการนี้มีชาวนาเข้าร่วมลงนามสัตยาบันว่าจะหยุดเผาแล้วกว่า 600 ครัวเรือน